วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ว่าด้วยค่าเรื่องค่าน้ำหมึก (พรินเตอร์)

เมื่อวานนี้ได้รับค่าเรื่องจากกุลสตรี รุ้สึกประหลาดใจอยู่บ้างเนื่องจากเร็วกว่าปกติ (ปกติคือหนึ่งเดือนหลังหนังสือวางแผน) เงินค่าเรื่องโอนเข้าบัญชีธนาคารซึ่งผมใช้อยู่เจ้าเดียวคือไทยพาณิชย์ แค่ออนไลน์เข้าระบบก็ตรวจสอบยอดเงินได้ทุกทีทุกเวลา สบายจริง ๆ ครับยุคนี้ ไม่เหมือนแต่ก่อนต้องเหนื่อยยากเดินไปกดเช็คดูที่ตู้เอทีเอ็ม ถ้าเงินยังไม่เข้าก็ต้องเดินคอตกกลับบ้าน

เดี๋ยวนี้หนังสือส่วนใหญ่ใช้วิธีโอนเงินเข้าธนาคารกันหมดแล้ว ยังเหลือส่งเงินทางธนาณัติก็แค่ไม่กี่แห่ง ได้รับธนาณัติคราวใดก็เหมือนสะกิดใจให้คิดถึงความหลังเก่า ๆ เพราะจำได้ว่าได้รับเงินค่าน้ำหมึกครั้งแรกก็ทางธนาณัตินี่แหละครับ จากนิตยสารสตรีสารที่ปิดตัวไปนานแล้ว เป็นเงินค่าบทกวีสองสำนวนที่ตีพิมพ์สองฉบับติดกัน สำนวนละ 60 บาท สองสำนวนก็เป็นเงิน 120 บาท สมัยเมื่อสามสิบสามปีก่อนถือว่าไม่น้อยเหมือนกันครับ แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่าก็คือความภาคภูมิใจ ความดีใจ ความปีติ และความอะไรต่อมิอะไรอีกร้อยแปดประการ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้รู้สึกเทียบได้กับครั้งนั้นอีกเลย สมกับที่เป็นครั้งแรกจริง ๆ 

กลับมาว่ากันเรื่องเงินค่าน้ำหมึกกันต่อครับ ตามธรรมเนียมอันดีงาม เมื่อได้รับค่าเรื่องซึ่งไม่ได้กันทุกวันหรือทุกเดือน ผมก็มักจะแบ่งเงินไปซื้ออะไรมากินเสมอ นิสัยนี้ติดตัวนานเลยทีเดียวครับ ราวกับถูกหวยรวยเบอร์มาก็ไม่ปาน เงินค่าเรื่องมักถูกเปลี่ยนเป็นเหล้ายาปลาปิ้งเพื่อกินให้สนุกเฮฮาไปตามเรื่อง นาน ๆ ครั้งจึงจะถูกใช้อย่างสร้างสรรค์ เช่น ซื้อหนังสือ พาคนในครอบครัวไปกินอาหารนอกบ้าน ทำบุญ ฯลฯ  (ฮา)

โพสต์เรื่องนี้แล้วก็เปรี้ยวปากชอบกล สงสัยต้องหาอะไรมาเรียกน้ำย่อยเสียแล้วสิครับ ^^'

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น