วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ถนนหนทาง

 ถนนพระจันทร์
ถนนหน้าพระลาน

ผ้าพันคอเสือใต้ - บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา

ของแท้ !!!

ทดสอบกล้อง

ถ่ายตัวเอง

 ตู้จดหมายหน้าบ้าน

คุณติ่งวันอากาศร้อน

หนังสือรวมเรื่องสั้น "หน้าต่าง" ของภพ เบญญาภา


มุมทำอาหารที่บ้าน



ภาพมุมทำอาหารที่บ้าน ดูแล้วรก ๆ เลอะ ๆ ดีเหมือนกัน

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ฤดูน้ำท่วม รถถูกชนแล้วหนี และอ่าวนาง กระบี่

ช่วงนี้เมืองไทยเข้าสู่ฤดูน้ำหลากน้ำท่วมอีกครั้ง ดูจากข่าวมันเริ่มท่วมที่อยุธยาก่อน ชาวนาเจอนาล่มไปหลายราย จากนั้นไม่นานสุโขท้ัยก็ท่วมบ้าง คราวนี้ท่วมในเมือง ท่วมตลาด สภาพสาหัสพอสมควรเพราะน้ำสูงถึงหนึ่งเมตร ผู้คนในเมืองหลวงเริ่มวิตกกังวลว่าจะเหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ผมได้แต่ปลงถ้ามันจะท่วม คงถือโอกาสหลบไปพักที่อ่าวนาง จ.กระบี่ เสียเลย เพราะวันนี้เพิ่งได้บัตรเข้าพักฟรีสองคืนมาจากพันทิป (ใช้คะแนนสะสมของสมาชิกแลกแบบสุ่ม)

จั่วหัวไว้เกี่ยวกับเรื่องรถถูกชนแล้วหนีด้วย ก็ไม่มีอะไรมาก รถที่บ้านเคยจอดไว้ดี ๆ ข้างถนนในซอย แล้วมีรถมาชนตอนกลางคืน ก่อนจะหนีหายไปตามระเบียบ ความที่เสียหายแค่เป็นรอยบุบเล็กน้อยและด้านข้างรถถูกครูดเป็นรอยยาวหัวจรดท้าย จึงไม่ได้ซ่อมแซมอะไร แต่มาเมื่อคืนวันอาทิตย์โดนชนอีกแล้ว และมัน...ก็หนีอีกตามเคย คราวนี้หนักหน่อย ท้ายรถด้านขวาย่นไปเยอะเหมือนกัน ด้านข้างรถเป็นรอยหนักขึ้นกว่าเก่า ที่น่าโมโหก็คือ รถมีประกันสามพลัส แต่ถ้าไม่มีคู่กรณีก็เคลมไม่ได้ บางคนยังหลงเข้าใจผิดคิดว่า ถ้าจ่ายค่าแอ็คเซ็ปท์แล้วจะซ่อมได้ ซึ่้งเป็นความเข้าใจผิดจริง ๆ เพราะ กรณีชนแล้วหนีของประกันสามพลัสนั้น จะต้องไปแจ้งความ และต้องสามารถบอกรายละเอียดของรถที่ชนได้ หาไม่แล้วประกันจะไม่รับผิดชอบ ซึ่งการถูกชนกลางดึก ถ้าไม่มีกล้องวงจรปิดเป็นตัวช่้วยก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากควักเงินซ่อมเอง เรื่องมันลำบากตรงนี้นี่เอง อยู่ดี ๆ ก็ต้องเสียเงิน ถ้าเป็นโบราณก็คงบอกว่า...ฟาดเคราะห์ !

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

เพลง"ไปจบชีวิตใต้พระจันทร์หมอกกันเถอะ" ของฟูยูมิ ซากาโมโต้

video

ภาพในมิวสิควิดีโอบางภาพ มาจากภาพยนตร์เรื่อง "นางระบำแห่งเมืองอิซึ" เวอร์ชั่น 3 (เท่าที่รู้)

หมายเหตุ คลิปนี้เป็นผลงานของชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้ว เคยพบในยูทูปแต่ตอนนี้หายไป จึงนำมาแปะไว้ตรงนี้ สำหรับรับฟังเองเป็นการส่วนตัว

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

งานมหกรรมหนังสือแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17

จัดที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 18-28 ตุลาคม 2555
เวลา 10.00 - 21.00 น.

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

ปลายฤดูฝน เดินขาลาก และฟิล์มบูด

เมื่อวานออกไปนอกบ้าน ฝนก็ตกพรำ ๆ แทบทั้งวัน ดีนะที่ในกระเป๋ากล้องมีเสื้อกันฝนบาง ๆ ติดไปด้วยตัวหนึ่ง ความจริงก็ติดไว้นานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ก็วันนี้เองที่จำเป็นต้องเอาออกมาใช้แถวท่าช้าง หลังจากกินข้าวหมูแดงเสร็จ (ร้านเก้้าอี้ไม้เก่าที่ขายข้าวแกงกระหรี่เนื้อนั่นแหละ) พอซื้อของเรียบร้อยก็นั่งรถปรับอากาศสาย 508 ซึ่งเดิมคือสาย 8 ที่เคยนั่งเป็นประจำ มุ่งหน้าไปยังเซ็นทรัลเวิรลด์ เพราะแฟนผมอยากหาซื้อผ้าพันคอของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค แต่ไม่มีขาย จึงต้องเดินมายังสยามดิสคัฟเวอรี่โดยใช้สกายวอล์ค ซึ่งที่สยามดิสคัฟเวอรี่นี่ก็ไม่มีขายอีกตามเคย สุดท้ายตัดสินใจเดินย้อนมาทางเซ็นทรัลชิดลม แต่หมดแรงเสียก่อน เลยต้องหยุดการตามหาผ้าพันคอ (ไว้พันคอเวลาเชียร์) รีบจับรถเมล์เก่า ๆ สาย 40 ไปเยาวราช ตั้งใจว่าจะซื้อฟิล์มที่ได้ยินมาว่ามีราคาถูก ๆ ขายอยู่ ร้านที่จะไปซื้อชื่อพลับพลาไชยโฟโต้ เป็นร้านเดียวกับที่เคยพยายามตามหาเมื่อปีที่แล้วแต่ไม่พบ มาคราวนี้ก็ทำท่าว่าจะหาไม่เจอซ้ำสอง หลังจากเดินวนอยู่นานจนแทบจะหมดแรงอยู่แล้ว การเดินโดยไม่มีแผนที่ก็เป็นอย่างนี้เอง มันจะเดินอย่างงง ๆ มั่วไปหมด จะเปิดแผนที่ในโทรศัพท์ดูก็ไม่ได้เพราะสั่งให้ AIS ปิดสามจีไปนานแล้ว แต่สุดท้ายก็เจอจนได้ ร้านนี้ตอนแรกคือว่าจะใหญ่หลายคูหา เอาเข้าจริงก็เล็กแค่คูหาเดียว พอเดินเ้ข้าไปเจอ Fuji color 100 ราคาม้วนละสี่สิบบาท ผมรีบเอ่ยปากขอซื้อไปถ่ายเล่นสักหกม้วน แต่คนขายถามว่าไม่เอาไปทั้งแพ็คสิบม้วนเลยล่ะ ราคา 360 บาทเอง ผมคิดไปคิดมา เอาก็เอาวะ ตกช็อตละบาทเท่านั้น แต่ฟิล์มหมดอายุตั้งแต่ปีที่แล้ว กลับบ้านไปคงต้องรีบเอาเข้าตู้เย็น เพราะกว่าจะใช้หมดก็คงไม่ต่ำกว่าครึ่งปี ของเก่ายังเหลืออีกตั้งสี่ม้วนแน่ะ

ได้ฟิล์มแล้ืวก็เดินมั่ว ๆ หลงไปทางถนนหลวงจนเจอรถเมล์สาย 7 เลยนั่งมาลงวงเวียนใหญ่ ต่อรถสาย 43 กลับบ้าน แต่ฝนก็ดันตกลงมาอีก คราวนี้หนักเชียว ตอนเดินเข้าซอยบ้านเลยต้องงัดเอาเสื้อกันฝนออกมาใช้งานอีก คุ้มจริง ๆ ส่วนแฟนผมกางร่มที่ซื้อมาจากท่าเตียน

ถึงบ้านรีบอาบน้ำสระผม แล้วนั่งพักขา นาน ๆ ออกจากบ้านที เล่นเอาเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไม่เบาเลย