วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ว่าด้วยแซ่ตั้ง (ตั๊ง) ตระกูลเฉิน 陈 / 陳 *

ผมทราบมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าก๋งใช้แซ่ตั้ง (ตระกูลเฉิน 陈 / 陳 ) และเป็นคนจีนอพยพมาอยู่เมืองไทย ส่วนคุณย่านั้นได้ยินว่าเป็นลูกสาวกำนัน แต่จะเป็นคนไทยหรือจีนนั้น ผมไม่มีข้อมูลเลย เพราะไม่ได้ซักถามเอาไว้ 

คุณพ่อของผมตามประสาลูกจีนก็ต้องมีชื่อจีนด้วย นั่นคือ "กิมไช้" ซึ่งคุณย่าคงเรียกติดปากมาตั้งแต่คุณพ่อยังเล็ก เพราะก่อนคุณย่าจะเสียชีวิตก็ยังเพ้อเรียกหาคุณพ่อของผมด้วยชื่อ"กิมไช้"นี้หลายครั้ง ผมมารู้ว่าคุณพ่อมีชื่อจีนด้วยก็ตอนเป็นวัยรุ่นแล้ว ทำให้รู้สึกประหลาดใจและขบขันมาก ยังหัวเราะเล่นกันกับพวกญาติ ๆ ลูกพี่ลูกน้องข้างพ่อ ที่พ่อของเขา (ลุงของผม) ชื่อ "กิมชุ้น" ทุกวันนี้ก็ยังสงสัยว่าทำไมถึงได้รู้สึกเช่นนั้น คงเป็นเพราะถูกสังคมไทยในอดีตปลูกฝังให้มองความเป็นจีนว่าด้อยกว่าความเป็นไทยกระมัง คุณพ่อของผมถึงได้เปลี่ยนไปใช้นามสกุลตั้งแต่ยังไม่แต่งงานกับคุณแม่ โดยใช้นามสกุล "พูลเพิ่ม" อยู่พักใหญ่ (นามสกุลนี้ใช้ตามคุณย่าหรือญาติห่าง ๆ ไม่ทราบแน่ชัด) ตอนรับราชการทหารก็ยังใช้ "พูลเพิ่ม"อยู่ ผมจำได้จากบัตรประจำตัวทหารของคุณพ่อ แต่ทำไมถึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุลใหม่ เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจ แต่คุณแม่เคยเล่าว่า คุณพ่ออยากขอใช้นามสกุลร่วมกับลุง (พี่ชายพ่อ) แต่ทางนั้นปฏิเสธ คุณพ่อจึงต้องตั้งนามสกุลขึ้นเอง ตอนแรกที่อำเภอก็จะไม่จดทะเบียนนามสกุลให้ด้วยซ้ำเพราะมีคำว่า"บดินทร์" แต่ยังไงก็ไม่ทราบ คุณพ่อก็สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ และผมใช้สืบต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้

เชิงอรรถ
*
ซิ้นเฉิน 陈 (ภาษาจีนกลาง หรือแซ่ตั่ง) เป็นหนึ่งในห้า ของตระกูลที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
Zhou Wudi
ว่ากันว่า เมื่อก่อนคริสตกาล 1043 ปี ในสมัยโจวอู่อ๋อง (周武王) กษัตริย์ในแคว้นโจวตะวันตก (西周) ได้ค้นหาทายาทของกษัตริย์ ซุ่นตี้ (舜帝) ของราชวงซาง (商) ได้ล่มสลายไปแล้ว อู่อ๋องจึงได้ยกลูก สาวให้แต่งงานกับกุยหม่าน (妫满) ซึ่งเป็นทายาทสืบสกุลของซุ่นดี้ และแต่งตั้งให้เป็นขุนนางปกครองเมืองเฉิน เพื่อให้ดูแลสุสานของซุ่นดี้ (เมืองเฉินปัจจุบันคืออำเภอฮว่ยหยัง(淮阳) ในมณฑลเหอหนาน)
เมื่อกุยหม่านเสียชีวิต ได้รับพระราชทานนามว่า เฉินหูกง (陈胡公) อันเป็นต้นกำเนิดของตระกูลเฉิน โดยทายาทรุ่นหลังของเขาต่างใช้เป็นแซ่ของตน และถือเป็นต้นกำเนิดของตระกูลที่ถูกต้อง


ต้นกำเนิดตระกูลเฉิน มีที่มาอีกสองสาย
  • สายหนึ่งมาจากสมัยแคว้นเว่ยเหนือ
    (北魏)ยุคสามก๊ก ที่มากจากคนแซ่อื่นเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่เฉิน
  • ส่วนอีกสายหนึ่งมาจากประเทศอันหนาน (ปัจจุบันคือเวียดนาม)
    โดยกษัตริย์ของอันหนาน แซ่เฉิน จึงมีทายาทแซ่เฉินสืบต่อมา

บุคคลสำคัญในตระกูลเฉินในยุคโบราณคือ
  • เฉินคั่ง (陈亢) เป็นลูกศิษย์ของขงจื๋อ อยู่แคว้นเฉิน (陈国) ในยุคชุนชิว
  • เฉินเซิ่น (陈胜) ผู้นำชาวนาที่ลุกขึ้นมาล้มล้างราชวงศ์ ในปลายยุคราชวงศ์ฉิน
  • เฉินผิง 陈平 เป็น ขุนนางที่ปรึกษาในสมัยซีฮั่น 西汉
  • เฉินโซ่ว 陈寿 เป็นนักประวัติศาสตร์ในยุคจิ้น 晋代
  • เฉินป้าเซียน 陈霸先 ผู้ก่อตั้งราชวงศ์เฉิน เป็นเฉินอู่ดี้ (陈武帝) ในราชวงศ์หนัน 南朝
  • เฉินจื่ออัง 陈子昂 เป็นนักกวีเอกในราชวงศ์ถัง
  • เฉินเลี่ยง 陈亮 เป็นนักคิดนักเขียน ในราชวงศ์ซ่ง
  • เฉินจื่อหลง 陈子龙 เป็นนักกลอนผู้รักชาติ ในราชวงศ์หมิง
  • Vanessa Mae (陈美) เป็นศิลปิน นักไวโอลินระดับโลก
ชาวจีนที่เข้ามาอยู่ผืนแผ่นดินไทยครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไรนั้น ยังไม่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะอยู่ในสมัยราชวงศ์ซ่ง (宋 – ค.ศ. 980-1276) จากหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือ “ประวัติศาสตร์ซ่ง 宋史” ได้บันทึกไว้ว่า เมื่อแคว้นซ่งใต้ล่มสลายนั้น เฉินหยีจง (陈宜中)ซึ่งเป็นชาวหย่งเจีย(永嘉) มณฑลเจ้อเจียง (浙江) ซึ่งเป็นขุนนางฝ่ายซ้ายในราชสำนัก เมื่อแคว้นอ้าวใต้ (南澳) พ่ายแพ้ เฉินหยีจงได้รับคำบัญชาให้ไปปกครองเมืองจานเฉิน (占城 อยู่ในประเทศเวียดนามในปัจจุบัน) จนถึงราชหยวนปีที่ 19 (ค.ศ. 1282) เมืองดังกล่าวได้ถูกกองกำลังของหยวนเข้ายึดครอง เฉินหยีจง จึงหนีมาอยู่เสียน (หรือเสียมก๊ก – หมายถึงไทยในสมัยนั้น)และได้จบชีวิตที่นี่ในภายหลัง
การหนีมาอยู่เมืองไทยของเฉินหยีจงไม่ใช่หนีมาแบบไม่รู้เกี่ยวกับเมืองไทย อะไรเลย เนื่องจากครั้งที่เขาไปอยู่เมืองจานเฉินนั้น เขาได้รู้จักพ่อค้าชาวเจ้อเจียงคนหนึ่งซึ่งล่องเรือค้าขายบนเส้นทางหมิงโจว (明州) (ปัจจุบันคือเมืองหนิงปัว 宁波)-ราชบุรี (ในปรวัติศาสตร์บันทึกเป็นภาษาจีนว่า เมืองเจินลีฟู่–真里富) ซึ่งเป็นเส้นทางค้าขายที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1165
โดยคนจีนในยุคนั้นเรียกประเทศที่พวกเขาไม่คุ้นเคยว่า 浔番 หรือสุพรรณ ดังนั้นในปี 1282 เฉินหยีจงจึงนำไพร่พลอีกจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าสู่ “สุพรรณ” แล้วใช้ชีวิตในบั้นปลายที่นี่
ตระกูลเฉิน หรือตระกูลตั้งในประเทศไทยที่เป็นที่รู้จัก เช่น โสภณพณิช เกยุราพันธ์ ชุณหะวัณ
วสุรัตน์ ตั้งมติธรรม ด่านไพบูลย์ ตันติวิท
คัดลอก เรียบเรียงมาจาก www.thaichinese.net/thaichineseblog/chen


แซ่ "ตัน" (สำเนียงฮกเกี้ยน)"เฉิน" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่ตั้ง" (สำเนียงแต้จิ๋ว) มีความหมาย
หรือแปลว่า (1) วางเรียงราย (2) พูดแจกแจง (3) ช้านาน, เก่าแก่
(4) ชื่อแคว้น หรือ รัฐ หรือราชวงศ์ (5) นามสกุล (แซ่)

แซ่นี้ เก็บอยู่ใน "ทำเนียบร้อยแซ่" กระจายอยู่กว้างขวางอย่างยิ่ง มีที่มา 2 ทาง

1. บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยชุนชิว (770-476 ปีก่อน ค.ศ.)
หูกงหม่านผู้สืบเชื้อสายพระเจ้าหยีซุ่นสมัยดึกดำบรรพ์ ได้รับพระราชทาน
จากโจวอู่อ๋องให้ไปกินเมืองเฉิน (ส่วนหนึ่งของมณทลเหอหนานและอันฮุยปัจจุบัน)
จึงตั้งขึ้นเป็นแคว้นเฉิน ได้ถูกแคว้นฉู่ล่มสมัยชุนชิว โอรสกงจื้อจิว
หนีไปยังแคว้นฉี ลูกหลายรุ่นหลังจึงใช้ชื่อแคว้น "เฉิน" เป็นแซ่

2. มาจากสมัยราชวงศ์เหนือใต้ (ค.ศ.420-589) แซ่"มู่เฉิน" หลายพยางค์
ในเว่ยเหนือตัด "มู่"ออก ใช้ "เฉิน" ตัวเดียวเป็นแซ่

แซ่ "เฉิน" เป็น 1 ใน 5 แซ่ใหญ่ของประเทศจีน มีบุคคลแซ่ "เฉิน"
ซึ่งมีชื่อเสียงอยู่ในประวัติศาสตร์ เช่นเฉินผิง ขุนนางผู้ใหญ่ต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
มีสติปัญญาเชิงอุบาย ดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีของพระเจ้าฮั่นฮุ่ยตี้
หลื่อฮองเฮา และฮั่นเหวินตี้ ตามลำดับ หลังจากหลื่อฮองเฮาสวรรคต
เขาก็ร่วมมือกับโจวป๋อขุนนางร่วมราชสำนัก ขจัดจูหลื่อ คนของหลื่อฮองเฮา
สถาปนาฮั่นเหวินตี้เป็นฮ่องเต้ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นชิเจี้ยโหว (เจ้าพระยาแห่งชิเจี้ย)

เฉินจื่ออั๋ง กวีราชวงศ์ถัง เป็นผู้สร้างแนวกวีสมัยราชวงศ์ถังให้เข้าสู่วิถีทาง
แห่งความเจริญและมีระเบียบ

เฉินถวน อาจารย์ใหญ่ของลัทธิเต๋าในสมัย 5 ราชวงศ์และซ่งเหนือ
เคยหลบไปแสวงหาความสันโดษบนภูเขาหวาซาน มีชื่อในทางเข้าภวังค์ลึก

แซ่นี้ มีสมาคมอยู่ในเมืองไทย 4 สมาคม คือ "สมาคมตั้งตระกูลแห่งประเทศไทย"
ก่อตั้งขึ้น เมื่อต้นปี พ.ศ.2506 ตั้งอยู่ 207 ใกล้สี่แยกบางนา ถนนสรรพาวุธ
เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 โทร. 0-2393-1511-2
อีก 3 สมาคม คือ "สมาคมตะกูลยิงชวน" "สโมสรไหหน่ำด่านเกแต้"
และ "สมาคมไทยเอี่ยมฟ้า" มีข้อมูลแต่ชื่อสมาคม ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งและโทรศัพท์


คัดลอกจาก http://www.med-kku.com/index.php/topic,8656679.0.html

1 ความคิดเห็น:

  1. แล้วแซ่ตั้ง ที่ย้ายมาอยู่ประเทศไทย
    ได้เปลี่ยน นามสกุล เป็นนามสกุลอะไรบ้าง

    ตอบลบ